
ชั้นเชื่อว่า ไม่ใช่แค่ชั้นคนเดียวที่รู้สึกแย่ทั้งทางร่างกายและจิตใจเมื่อทราบเรื่องเกี่ยวกับ แจบอม ทูพีเอ็ม ในช่วงไม่กี่วันมานี้ กระทั่งเรื่องราวได้ขยายวงกว้างมากขึ้น โดยวิธีที่ดีที่สุดที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นก็คือ อย่าใส่ใจกับเรื่องนี้มากจนเกินไปนัก ซึ่งกับข่าวที่ทั้งหมดในขณะนี้นั้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะทำให้สนใจมันน้อยลง
กระแสของความเป็นเกาหลีนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่ชวนให้ติดตามชนิดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้อ่านทุกคนเป็นเหมือนไบเบิ้ลของการเสพติดแนวเพลงเกาหลีที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งอย่าได้ละเลยมันเลย แล้วคิดว่ามันมีจังหวะที่จับใจมั้ย พรสวรรค์ เครื่องแต่งหาย หรือสุนทรียศาสตร์ของมัน ศิลปินเดี่ยวหรือไอดอลกรุ๊ปก็ดูเหมือนว่าจะมีแฟนๆทั้งในเกาหลีและประเทศอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวเพียงนิ้วคลิ๊ก แล้วพวกเขาทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไรกันนะ? เมื่อต้นอาทิตย์นั้น เราได้เปิดเผยเกี่ยวกับความลับเบื้องหลังความสำเร็จในแทร็คเพลงของพวกเขา และในวันนี้เราจะนำเรื่องราวเล็กๆและน่าสนใจในเบื้องหลังของผู้ออกแบบท่าเต้นให้กับศิลปินเกาหลีที่เป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้
ด้วยชื่อเสียงที่โดดเด่นของรายการเพลงต่างๆ, การแสดงในงานต่างๆ, รายการวาไรตี้และเวทีอื่นๆ, การแสดงออกนั้นมีบทบาทที่สำคัญมากในการที่เพลงๆหนึ่งจะประสบความสำเร็จ ซึ่งบ่อยครั้ง ซึ่งบ่อยครั้งที่ผู้คนนั้นถูกครอบงำด้วยเพลงในเวลาเพียงไม่กี่เดือน จากนั้นก็จะเคลื่อนไปสู่เรื่องอื่นๆตามมา และถึงแม้ว่าพวกเค้าอาจจะลืมการใส่ใจกับเรื่องเนื้อเพลงไปบ้าง ซึ่งทั้งสามส่วนนี้เป็นสิ่งที่พวกเค้าควรตรึงไว้ในจิตใจเสมอ ทั้งเรื่องของการร้องให้เข้ากัน การคอรัสและไลน์การเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสำหรับเพลง "Abracadabra" ของศิลปิน Brown Eyed Girls นั้น เป็นเรื่องการส่ายสะโพก สำหรับ "Sorry Sorry" ของศิลปิน Super Junior ก็จะเป็นท่าถูมือสลับไปมา และ เพลง “Mirotic” ของ DBSK นั้น มีท่าที่เป็นการเน้นช่วงคางที่ไม่ต้านทานไม่ได้จริงๆ รวมถึงเพลง “GEE” ของ SNSD ก็เป็นท่าเต้นขาปูที่อาจจะคล้ายกับท่าเต้นของ Wnder Girls ในเพลง “this fool” ตามรายละเอียดข้างล่างนี้
Case #1: JYP (Wonder Girls)
คุณอาจจะเกลียด สาวๆ วันเดอร์เกิร์ลก็ได้สำหรับสิ่งที่ชั้นจะพูด แต่ถ้าคุณรู้จักพวกเธอแล้ว คุณก็จะรู้จักรูปแบบการเคลื่อนไหวร่างกายในการเต้นของพวกเธออย่างไม่สงสัยเลย สำหรับวงห้าคนนี้ มันไม่มีทางที่คุณจะรู้เกี่ยวกับเพลงทั้งหมดและไม่แม้แต่รู้เกี่ยวกับท่าเต้น ซึ่งแน่นอนว่า “Tell me” เป็นเพลงที่ติดตลาดจับใจด้วยตัวของมันเอง แต่ความมีเอกลักษณ์และดึงดูดอย่างแรงของท่าเต้นนั้นก็เป็นที่ยอมรับที่ทำให้เพลงนี้สามารถครองใจคนทั้งประเทศจนกลายเป็นกระแสความนิยมในเพลง “Tell me” ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่ง “Tell me” นั้นได้ถูกร้องตามกันไปทั่วโลกเลย แค่ใส่ไว้ใน youtube และ ก็มีที่แฟนๆ ทำขึ้น/คัพเวอร์มาใหม่ ตั้งแต่ระดับราชินีไปยันคนดัง, ทหารยันตำรวจจราจรและก็มากมายที่จะได้เห็น
จากนั้นก็เป็นท่าเต้นแบบ “v-line” และ “bracelet dance” จากเพลง “So hot” ท่าเต้นทั้งสองท่านั้นได้ติดตรึงใจของผู้คนมากมาย Hong Young-joo ผู้ที่ออกแบบท่าเต้นให้กับเพลงนี้ได้อธิบายว่า “ท่าเต้นของเพลง “So hot” นั้นเป็นอะไรที่มีลูกเล่นมากกว่าท่าเต้นหลักๆของ “Tell me” แต่ก็ยังคงเรียบง่ายกว่าท่าเต้นในเพลงอื่นๆ ซึ่งแม้ว่าการเคลื่อนไหวจะเล็กน้อยกว่าและถูกให้รายละเอียดมากกว่าเป็นสิ่งที่มาก่อนของเพลง “So hot” แต่การเต้นก็ยังคงเป็นอะไรที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางแม้กระทั่งตอนนี้ ไม่เหมือนกับ “Tell me” ที่กระแสท่าเต้นนั้นได้บดบังรัศมีของเพลงไป ซึ่งกับ “So hot” แล้ว ทั้งท่าเต้นและเพลงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเท่าๆ กันเลย
เช่นเดียวกับเพลง “Nobody” ซึ่งจาก ukelele remixes ไปจนถึงการคัพเวอร์โดนคนคนเดียว ที่แฟนๆทั่วโลกได้ทำมัน แม้กระทั่งดาราดังของอเมริกา อย่าง Jordin Sparks ผู้ที่ได้ร่วมเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตกับสาวๆ ซัมเมอร์นี้และกับโจนาส บราเดอร์ก็ยังขอให้สาวๆ สอนเพลงนี้ให้กับเธอ เธอยอมรับว่า “ฉันได้พยายามเต้นและร้องตาม “nobody nobody but chu” และผู้คนต่างก็มองชั้นแปลกๆ” มันเป็นอะไรที่คนมองมาแล้วหัวเราะน่ะ เช่นเดียวกับบางคนที่คอยช่วยเหลือในคอนเสิร์ตทั้งสี่ในซัมเมอร์นี้ และฉันก็ได้เห็นพลังมวลชนของสาวๆ วันเดอร์เกิร์ลในตอนจบของคอนเสิร์ต มันอาจจะเรียกได้ว่า โดนกระสุนรักไปเต็มๆ ด้วยการแสดงท่าผ่านทางนิ้วมือ (เดาว่าเป็นท่าโนบอดี้) มันเหมือนคลื่นได้ทะลักเข้ามาทางประตูสเตเดี้ยมเลย
ทั้ง “ออมอน่า”, “ท่าเต้นแบบวีไลน์”,”ท่ากระสุนรัก” มันไม่ได้เกิดในเวลาเดียวกัน แล้ว JYP ทำมันยังไงล่ะ? ซึ่งคำตอบมันก็ง่ายๆ นะ เพราะการออกแบบท่าเต้นที่เท่ากันอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการเลือกรูปแบบของการเคลื่อนไหวที่ง่ายและดึงดูดได้อย่างแนบเนียน โดย JY Park ได้สร้างการออกแบบท่าเต้นนั้นอย่างซ้ำๆที่สามารถเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวาง โดย “ท่าทางการเคลื่อนไหวในแต่ละท่านั้นเป็นสิ่งที่ง่าย แต่เมื่อใส่มันเข้าไปและรวมเข้าด้วยกันแล้ว มันดูน่าประทับใจ” ยูบินได้เคยอธิบายว่า อย่างที่ Chosun ได้เรียกมัน ว่า สาว ๆ วันเดอร์เกิร์ลนั้นได้เก็บเกี่ยวผลไม้ในแบบการคิดและวิธีที่กลับด้านกันอย่าง 180 องศาทีเดียว ซึ่งต่างกับกลุ่มไอดอลที่ออกมาทีหลังที่ผสานการแสดงที่ซับซ้อนให้เข้ากับรายละเอียดเล็กๆน้อย ๆ แต่ท่าเต้นของสาวๆ มันเป็นสิ่งที่เรียบๆและง่ายที่จะทำตาม
เมื่อพิจารณาถึงความสำเร็จของวันเดอร์เกิร์ลในาพรวมแล้ว JYP Ent ได้ทำผลงานอันยอดเยี่มในตลาดขอลกลุ่มนักร้องห้าคน ซึ่งไม่ใช่แค่เพลงของพวกเธอ ลักษณะส่วนตัว และอื่นๆ เท่านั้น นักวิจารณ์เพลงอย่าง Kim Zakka ได้กล่าวว่า “สเน่ห์ของสาวๆ วันเดอร์เกิร์ลคือความทะเล้นแบบตรงๆของพวกเธอ ที่สวนทางกับไอดอลกลุ่มต่างๆ ายใต้สังกัดของ SM Ent. สุาพมากๆ ที่เหมือนกับว่าประดิษฐ์ขึ้น” ซึ่งแม้ว่าความเห็นส่วนหลังของ Zakka จะเป็นจริง ชั้นก็จะให้เป็นเรื่องการตัดโดยพวกคุณเอง แต่อะไรก็ตามที่เป็นความลับ มันได้ส่งตรงถึงแฟนทั้งๆในตะวันออกและตะวันตกย่างแน่นอนแล้ว
Source: : allkpop.com
Translation-Th: pp.paeng @ WGParadisiac.com
##หากนำข่าวออกไปโพสที่อื่น กรุณาใส่เครดิตเต็มด้วยค่ะ##
Translation-Th: pp.paeng @ WGParadisiac.com
##หากนำข่าวออกไปโพสที่อื่น กรุณาใส่เครดิตเต็มด้วยค่ะ##
QUOTE
จริงๆ คือ ข่าวยาวกว่านี้นะ .. แบบมีของวงอื่นด้วย
แล้วจะรีบแปลของคนอื่นมาเพิ่มให้นะจ๊ะ ....
แล้วจะรีบแปลของคนอื่นมาเพิ่มให้นะจ๊ะ ....